Playground

อ้า... ได้เริ่มเขียน blog จริงๆจังๆซะที แหะๆ หลังจากที่มึนๆงงๆ อยู่หลายวันเรื่องจากโดนพายุการบ้านถล่มอย่างหนัก อยากเรียนจบเร็วๆจังน้าแต่ก้อคงต้องให้มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นแหละ เร่งไปก็เท่านั้น

หลายๆคนคงมีความฝันเป็นของตัวเองเนาะ ฝันอยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่ อยากทำอันนู้น อยากได้อันนี้ อยากมีอันนั้น

ผมเองก็มีความฝันที่อยากให้เป็นจริง เป็นความฝันที่...จะว่าไร้สาระ ก็อาจจะว่าได้ล่ะมั้ง มันเป็นเหมือนนิทานก่อนนอนอะไรประมาณนั้น

แต่มันก็เป็นจุดมุ่งหมายของผม

ถึงจะรู้ว่ามันต้องอาศัยเวลาและความพยายาม

แต่หลายครั้ง รู้สึกเหนื่อย

ถามตัวเองว่าทำไมต้องไล่ตามความฝันบ้าๆนี้ด้วยนะ ถ้าฝันน้อยกว่านี้ก็ทำง่ายขึ้นเยอะเลย

ไม่มีคำตอบจากตัวเอง

นั่นสิเนาะ ถ้ารู้จะถามทำไม(วะ)

แต่..... ไม่อยากหยุด....ที่จะไล่ตามฝันนั้น

ไม่รู้ว่าทำไมถึงยึดติดกับมัน แต่รู้สึกว่า ถ้าขาดความฝันนั้นไปจะไม่มีอะไรเป็นเป้าหมาย

ถึงแม้ว่าความฝันใหม่ๆ ที่ง่ายๆ อาจจะมาแทนที่ แต่ก็ไม่อยากปล่อยความฝันนั้นให้หายไปจากความทรงจำ

เหมือนกับว่า นั่นคือ....สิ่งที่เป็นที่สุด ที่เราต้องการ

อยากจะไล่ตามมันไปเรื่อยๆ

เหนื่อย.....

แต่ก็อยากจะตามไป เพราะมันเป็นสิ่งที่อยากจะทำ

ถึงฝันนั้นจะไร้สาระ หรือไม่เป็นจริงก็ตามทีเถอะ


แค่ได้ไล่ตามความฝันก็มีความสุขแล้ว...

Friend Forever

ปล.รูปขโมยมา ^^

วันก่อนคุยทางเอ็มกะทั่นพี่ของผม เรื่องทั่วๆไป เรื่อยเปื่อย สุขภาพสบายดีมั้ยเป็นไงบ้าง ผอมรึยัง ร้อนไหม ฝนตกรึเปล่า....

และก็วกมาถึงเรื่องการเรียน ทั่นพี่ถามว่าเรียนเป็นยังไงบ้าง

ผมตอบไปว่าเรื่อยๆ แต่คิดว่าไม่ค่อยดี

ทั่นพี่ถามว่าทำไมล่ะ

ผมตอบว่า ไม่รู้...


เกรดการเรียนของผมอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางพอใช้ คือ เฉียดเส้นอะไรแบบนั้น

เพราะโรงเรียนที่ผมเรียนอยู่ระบบค่อนข้างเข้มงวด คนที่ได้เกรดไม่ถึงในบางวิชาจะไม่ได้รับใบผ่านหลักสูตร IB
( IB เป็นหลักสูตรพิเศษอย่างนึงที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ เป็นคล้ายๆหลักสูตรเสริมจากหลักสูตรธรรมดา ในวิชาหลักจะต้องได้เกรดในระดับหนึ่ง
ในวิชารองก็จะต้องได้เกรดในอีกระดับหนึ่งซึ่งต่ำกว่า แต่วิชามีให้เลือกไม่มากนัก วิชารองเลยกลายเป็นกลุ่มวิชาที่ผมไม่ถนัดเลย)

เกรดวิชสรองของผมในขณะนี้คือ เป็นตายเท่าๆกัน และในปีถัดไปมันจะยากขึ้น ซึ่งอาจจะหมายความกลายๆว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ล่ะก็ ผม "ตายแน่"

ไม่ใช่ว่าทักษะการเรียนของผมแย่ลง ผมค่อนข้างมั่นใจด้วยซ้ำว่ามันดีขึ้น

แต่เพราะความเข้มงวดของหลักสูตร เกรดของผมจึงค้างต่องแต่งอยู่ขอบเหวทุกครั้งไป

นี่อาจจะเป็นสาเหตที่ผมตอบทั่นพี่ไปว่า "คงไม่คอยดี"


ทั่นพี่ถามว่าทำไมล่ะ มันไม่ดียังไงเหรอ

ผมตอบไปตามที่ผมคิดว่า เกรดไม่ดี

ทั่นพี่ถาม แล้วเรียนไม่เข้าใจเหรอ

ผมตอบว่าเข้าใจ เรียนได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ แต่เกรดไม่ดีขึ้น เพราะงานยากขึ้น

ทั่นพี่เงียบไปพักหนึ่ง ผมจึงกลับไปอ่าน blog ของคนอื่นต่อ

เสียงเตือน messege ดังขึ้นผมจึงเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมา

ถ้าเข้าใจ และเรียนได้ดี ถือว่า"ไม่ดี"ไม่ได้หรอก ทั่นพี่ผมพูด(พิมพ์)

แต่ผมบอกอีกว่า เกรดไม่ได้ดีขึ้นเลย

ทั่นพี่ตอบผม การเรียนเอาเกรดอย่างเดียวไม่มีประโยชน์หรอก

ผมเงียบ

ถ้าเกิดเราเรียนแย่กว่าเดิม แต่เกรดดีขึ้น แบบนั้นถือว่าดีเหรอ ทั่นพี่ผมถามต่อไป

ผมพิมพ์ ..... ลงไปเนื่องจากหาคำตอบไม่ได้

สักพักหนึ่ง ทั่นพี่ตอบมา ไม่ต้องไปสนใจเกรดหรอก เรียนให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

ถึงเกรดจะช่วยเราในการเข้ามหาลัยได้ แต่มันไม่ได้ช่วยทำให้เราเรียนดีขึ้น

ถ้าทำให้ดีที่สุดแล้ว ถึงจะไม่ได้อย่างที่หวัง แต่มันก็ให้อะไรกับเรามากกว่าเกรดและใบประกาศนั่นอีก

ผมตอบกลับอย่างไม่มั่นใจ อาจจะใช่....

แล้วทั่นพี่ผมก็ logout ออกไปหลังจากที่เราคุยกันอีกนิดหน่อย

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

อะไรคือความหมายของคำว่า "ดี" กันแน่นะ

ถ้าอะไรซักอย่างจะ ดี และอีกอย่างหนึ่งทำไมถึง ไม่ดี ทั้งๆที่ไม่มีอะไรมาวัดได้

ทำไมคนนั้นถึงโดนเรียกว่า หล่อ สวย เก่ง ฉลาด?

เขามีหน้าตาแบบไหนล่ะ ทำอะไรได้ล่ะ มีอะไรล่ะ?

เอาอะไรมากำหนด?

ถ้าไม่มีอะไรมาวัดได้แสดงว่ากำหนดกันขึ้นมาเองงั้นจิ

ทำไมถึงเอาแต่ใจตัวเองกันอย่างเน้ ~~~~~ !!

วันนี้อยู่บ้านเฉยๆ มีการบ้านแต่ขี้เกียจ เลยไม่รู้จะทำอะไร

จึงเอาแผ่นโปรแกรมที่ซื้อมาจากเชียงใหม่อาทิตย์ก่อนออกมาดู

เพราะช่วงก่อนหน้านี้ยุ่งนิดๆ เลยมะว่างเอาลง

เป็นแผ่นรวม font 2 แผ่น กะ แผ่น photoshop cs แผ่นนึง และ quick PC อีกแผ่นนึง

เพื่อความเป็นศิริมงคล เอาแผ่น photo cs ลงก่อนเพราะว่ามันมีอยู่โปรแกรมเดียว ไม่น่าจะมีปัญหา

ปรากฎว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีจนกะทั่งถึงขั้นตอน install ไฟล์ data2 อะไรไม่รู้ มันบอกว่าไฟล์ไม่ดี

อ้าว ไม่เป็นไร อาจจะอ่านผิด เอาใหม่ๆ

ไม่ดีอีก

เปิดเข้าไปดูในแผ่นก็มีไฟล์อยู่สงสัยไฟล์จะเสีย ลองใหม่ก้อไม่ดี เลยทำการเขวี้ยงแผ่นกลับเข้ากระเป๋าเก็บ CD เบาๆ

คราง แง่ง~~

ควักเอาแผ่น font อันที่ 1 ออกมา ใส่ไปพร้อมภาวนาว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอีก

มีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะทำยังไงกะ "แผ่นเปล่า"นี้

แผ่นเปล่า ? blank cd? ออดมอกตรวนซิดี? งงเป็นภาษาเขมรอยู่ 5 วินาที

จึงเปิด cd ด้วย explorer

ว่างเปล่า

free space 700 m

WTH....

ลองอีกที เผื่อเกิดการผิดพลาด

......

สรุปคือ ซื้อแผ่นเปล่ามาสินะ

"****" อุทานในใจ + ครางออกมาไม่เป็นเสียงสิ่งมีชีวิต(เวอร์)

โยนแผ่นเปล่าๆ กลับเข้ากระเป๋าเบาๆ พร้อมทำลายหลักฐานที่บอกว่ามัน(น่าจะ)เป็นแผ่นรวม font

เอาอีกอันนึงน่า ควักแผ่น font อีกอันนึงขึ้นมา ใส่ลงไปอย่างตื่นเต้น

คิดไปว่า คนขายคงหยิบผิด ช่าง *** มัน

ในที่สุดแผ่นที่ 3 ก็มีข้อมูลที่ตั้งใจเอาเงินไปแลกมา ถือว่ายังดีที่ร้านมีกรุณา....

ตอนนี้ยังเหลืออีกแผ่นนึงคือแผ่น quick PC ที่ได้ไม่ทำการสัญกรรม เนื่องจากวันนี้ไม่ว่างแล้ว รอดไป


สรุป สถิติ:
CD ทั้งหมด: 4
CD พัง: 1
CD เปล่า: 1
CD ดี: 1
CD ยังไม่ได้ลอง :1
รวมมูลค่าความเสียหาย: 400 กว่า (จำมะได้ว่ากว่าเท่าไหร่)
ผลตอบแทน: CD เปล่า, CD พัง, CD รวม Font, CD ยังไม่ได้ลอง

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

แบบนี้เขาเรียกว่าเทคนิคทางการค้ารึเปล่านะ?