2007/Sep/14

ข่าวจาก: http://www.engadget.com/2007/09/13/nintendo-ds-gets-voip/

หลายๆคนอาจจะรู้แล้วว่า NDS สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น เล่นเวป ดูหนัง ฟังเพลง และอื่นๆ รวมไปถึง พิมพ์เงินออกมาได้ด้วย (สำหรับคนผลิตอย่างปู่นินอ่ะนะ)

แต่ว่า ไม่นานมานี้มีแฮคเกอร์ (หรือโปรแกรมเมอร์นี่แหละ) นาม samuelv ได้สร้างโปรแกรม homebrew สำหรับ NDS เพื่อใช้ใน VoIP (Voice over Internet Protocal) หรือก็คือการคุยโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งต้องมี SIP account ก่อน (ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร)

สรุปก็คือ มีผู้ที่กำลังพัฒนาโปรแกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ผ่าน NDS โดยต้องใช้ผ่าน SIP

ดังนั้นอีกไม่นาน NDS คงมีความสามารถ ต่อโทรศัพท์ได้ เพิ่มอีกอย่างนึง

NDS voip


นับว่าเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจ บางทีในอนาคตแทนที่จะซื้อโทรศัพท์ที่เล่นเกมได้ คนอาจจะพากันซื้อเกมที่ใช้โทรศัพท์ได้แทน !?

ผมว่ามันโทรออกได้แต่มันคงรับโทรเข้าลำบากล่ะมั้ง

ปล. เดี๋ยวอีกหน่อย NDS คงใช้เป็นตู้เย็นหรือเป็นกระทะได้ - -"

2007/Sep/14


จาก: http://www.engadget.com/2007/09/13/karnataka-india-banning-cellphones-for-kids-under-16/

Karnataka, India

ไม่นานมานี้มีข่าวว่า ที่อินเดียกำลังจะออกกฎหมายห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โทรศัพท์มือถือเนื่องจากผู้เชี่ยวชาญและคนอินเดียบางคนเชื่อว่าการให้ใช้โทรศัพท์มือถือสำหรับเด็กทีอายุไม่ถึง 16 มีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งการห้ามนี้จะรวมไปถึงห้ามจำหน่ายมือถือให้กับผู้ที่ต่ำกว่า 16 ด้วย

แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ แต่จะมีกำหนดวันเวลาเร็วๆนี้


คงไม่ต้องบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าประเทศอื่นดันทำตาม - -"

ผมคิดว่า มือถืออาจจะมีผลเสียมากมายก็จริง แต่ก็ทำให้การติดต่อระหว่าง ครอบครัวทำได้ง่ายขึ้น บางทีการห้ามใช้ระหว่างเวลาเรียน (8โมงถึง 3~4โมง) น่าจะเป็นการดีกว่า

2007/Sep/07

ข่าวจาก http://www.gametab.com/news/1026820/

มีข่าวลือมาว่า ในการอัพเดตเฟิร์มแวร์ของ 360 เร็วๆนี้จะมีระบบเพิ่มขึ้นมากมายรวมไปถึงระบบการกำจัดระยะเวลาเล่นเกม สำหรับผู้ปกครอง

ผมอ่านแล้วรู้สึกว่า ระบบนี้คล้ายๆกับร้านเกมบ้านเราคือ ผู้ที่มี passwardสามารถกำหนดระยะเวลาที่ตัวเครื่องสามารถเล่นได้ ซึ่งเมื่อปิดเครื่องแล้ว เวลาก็จะยังคงอยู่

ระบบนี้อาจเป็นระบบที่ผู้ปกครองหลายๆคนใช้มานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีเครื่องเกมไหนรองรับโดยตรง แถมอาจจะช่วยให้เกิดข้อตกลงหลายๆอย่างขึ้นในครอบครัว เช่น ทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ เพื่อเติมชั่วโมงเล่นเกม เป็นต้น

ทว่า พ่อแม่หลายๆคนอาจจะไม่รู้ซะด้วยซ้ำว่ามีระบบนี้อยู่

ดังนั้น ผู้ที่ขะใช้ระบบนี้ส่วนใหญ่คงจะเป็นผู้ที่ใช้กับตัวเอง หรือไม่ก็ แฟน ล่ะมั้ง - -"

ปล. ข่าวแบบนี้คงหาผู้ปกครองที่อ่านได้ยาก เป็นเพราะข่าวไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือว่า ผู้ปกครองทั้งหลายไม่เคยคิดจะใส่ใจกันนะ?